ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ

ว่าด้วยการประเมินผลการเรียนตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ  พุทธศักราช 2545

พ.ศ. 2547

 


                โดยที่กระทรวงศึกษาธิการเห็นสมควรให้แก้ไขปรับปรุงระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการประเมินผลการเรียนตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ  พุทธศักราช  2545  พ.ศ.  2546  ใหม่

                อาศัยอำนาจตามความในมาตรา  8  แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ

พ.ศ. 2546  กระทรวงศึกษาธิการจึงวางระเบียบไว้  ดังต่อไปนี้

                ข้อ  1.  ระเบียบนี้เรียกว่า  “ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการประเมินผลการเรียน  ตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช  2545  พ.ศ.  2547”

                ข้อ  2.  ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่ปีการศึกษา  2545  เป็นต้นไป

                ข้อ  3.  ให้ยกเลิกระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการประเมินผลการเรียนตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ  พุทธศักราช  2538  พ.ศ.  2542  และระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการประเมินผลการเรียนตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ พุทธศักราช  2545  พ.ศ.  2546

                บรรดาระเบียบ  ข้อบังคับ  และคำสั่งอื่นใดที่กำหนดไว้แล้วในระเบียบนี้  หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ให้ใช้ระเบียบนี้แทน

                ข้อ  4.  ให้ดำเนินการประเมินผลการเรียนตามระเบียบนี้ในสถานศึกษาที่จัดการศึกษา  ตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ  พุทธศักราช  2545

                ข้อ  5.  ในระเบียบนี้

                “ประกาศนียบัตรวิชาชีพ”  เรียกชื่อย่อว่า  “ปวช”  หมายความว่า  การศึกษาตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ 3  ปี  หลังจากหลักสูตรมัธยมศึกษาปีที่  3  หรือเทียบเท่า

                “นักเรียน”  หมายความว่า  ผู้ที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นนักเรียนตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพสำหรับผู้ที่เรียนอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีต้องทำสัญญาการฝึกอาชีพกับสถานประกอบการด้วย

                “ภาคเรียน”  หมายความว่า  ภาคเรียนปกติมี  2  ภาคเรียนต่อปีการศึกษา

                “ภาคเรียนฤดูร้อน”  หมายความว่า  ช่วงเวลาที่จัดให้เรียน  หรือฝึกปฏิบัติในระหว่างภาคฤดูร้อน  ตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการเปิดภาคเรียนฤดูร้อนในสถานศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ  และในช่วงปิดภาคเรียนกลางปีโดยอนุโลม

                “สถานศึกษา”    หมายความว่า     สถานศึกษาที่จัดการศึกษา  ตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพกระทรวงศึกษาธิการ

                “หัวหน้าสถานศึกษา”  หมายความว่า  ครูใหญ่  อาจารย์ใหญ่  หรือ  ผู้อำนวยการสถานศึกษา

                “หน่วยงานต้นสังกัด”  หมายความว่า  หน่วยงานที่มีสถานศึกษาที่จัดการศึกษา  ตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพอยู่ในสังกัด  หรือในความควบคุมดูแล

                “สถานฝึกอาชีพ”   หมายความว่า  สถานประกอบการ  สถานประกอบอาชีพอิสระ  และแหล่งวิทยาการซึ่งรับนักเรียนเข้าฝึกงาน

                “สถานประกอบการ”  หมายความว่า  สถานประกอบการ  สถานประกอบอาชีพอิสระ  และแหล่งวิทยาการที่เข้าร่วมโครงการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีกับสถานศึกษา

                “มาตรฐานอาชีวศึกษา”  หมายความว่า  ข้อกำหนดในการจัดอาชีวศึกษาเพื่อใช้เป็นเกณฑ์ในการกำกับ  ดูแล  ตรวจสอบ  ประเมินผล  และประกันคุณภาพการจัดการอาชีวศึกษา

                “มาตรฐานวิชาชีพ”  หมายความว่า  ข้อกำหนดในการจัดการเรียนการสอน  เพื่อใช้เป็นเกณฑ์ในการกำกับ  ดูแล  ตรวจสอบ  ประเมินผลการเรียนนักเรียนในสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

                “อาชีวศึกษาระบบทวิภาคี”  หมายความว่า  การจัดอาชีวศึกษาและฝึกอบรมวิชาชีพ  โดยความร่วมมือระหว่างสถานศึกษาและสถานประกอบการ  กำหนดให้มีการเรียนภาคทฤษฎีหรือภาคปฏิบัติ  พื้นฐานบางส่วนที่สถานศึกษา และฝึกอบรมในสถานประกอบการ

                “ผู้ควบคุมการฝึก”  หมายความว่า  ผู้ที่สถานประกอบการมอบหมายให้ทำหน้าที่ประสานงานกับสถานศึกษาในการจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี  และรับผิดชอบดูแลการฝึกอาชีพของนักเรียนในสถานประกอบการ

                “ครูฝึก”  หมายความว่า  ผู้ทำหน้าที่  สอน ฝึก  อบรมในสถานประกอบการ

                “การฝึกอาชีพ”  หมายความว่า  การเรียนหรือฝึกปฏิบัติในสถานประกอบการ

                “คณะกรรมการประเมินมาตรฐานวิชาชีพ”  หมายความว่า  คณะกรรมการผู้ทำหน้าที่รับผิดชอบในการอำนวยการ  ติดตาม  และกำกับดูแลมาตรฐานนักเรียน  นักศึกษา

                ข้อ  6.  ให้เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา  รักษาการให้เป็นไปตามระเบียบนี้  และให้มีอำนาจตีความและวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้

 

หมวด  1

หลักการในการประเมินผลการเรียน

 

                ข้อ  7.  ให้สถานศึกษา  สถานฝึกงานอาชีพ  และสถานประกอบการ  มีหน้าที่และรับผิดชอบในการประเมินผลการเรียน

                ข้อ  8.  ให้ประเมินผลการเรียนเป็นรายวิชาตามระบบหน่วยกิต  จำนวนหน่วยกิตของแต่ละรายวิชาให้ถือตามที่กำหนดไว้ในหลักสูตร

                ข้อ  9.  ให้สถานศึกษา  และสถานประกอบการทำการประเมินผลการเรียนรายวิชา  เมื่อสิ้นภาคเรียนหรือเมื่อสิ้นสุดการเรียนหรือการปฏิบัติงานในทุกรายวิชา

                ข้อ 10.  ให้หน่วยงานต้นสังกัดร่วมกับสถานศึกษา  ดำเนินการส่งเสริมคุณภาพและควบคุมมาตรฐานการอาชีวศึกษา

                               

 

 

หมวด  2

วิธีการประเมินผลการเรียน

 

                ข้อ   11.  การประเมินผลการเรียนเป็นรายวิชา  ให้ดำเนินการประเมินตามสภาพจริงต่อเนื่องตลอดภาคเรียน  ด้านความรู้  ความสามารถและเจตคติจากกิจกรรมการเรียนการสอนและการปฏิบัติงานที่มอบหมายซึ่งครอบคลุมจุดประสงค์และเนื้อหาวิชาโดยใช้เครื่องมือและวิธีการหลากหลายตามความเหมาะสม

                ให้มีการประเมินเพื่อพัฒนาและการประเมินสรุปผลการเรียนโดยพิจารณาจากการประเมินแต่ละกิจกรรม  และงานที่มอบหมายในอัตราส่วนตามความสำคัญของแต่ละกิจกรรมหรืองานที่มอบหมาย

                ให้ดำเนินการประเมินผลการเรียนนักเรียนอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี  จากการปฏิบัติงานจริงในสถานประกอบการ ตามวิธีการที่ครูฝึกและอาจารย์นิเทศการฝึกงานกำหนด

                ข้อ  12.  ให้ใช้ตัวเลขแสดงระดับผลการเรียนในแต่ละรายวิชา  ดังต่อไปนี้

                                4.0          หมายถึง                 ผลการเรียนอยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยม

                                3.5          หมายถึง                 ผลการเรียนอยู่ในเกณฑ์ดีมาก

                                3.0          หมายถึง                 ผลการเรียนอยู่ในเกณฑ์ดี

                                2.5          หมายถึง                 ผลการเรียนอยู่ในเกณฑ์ดีพอใช้     

                                2.0          หมายถึง                 ผลการเรียนอยู่ในเกณฑ์พอใช้

                                1.5          หมายถึง                 ผลการเรียนอยู่ในเกณฑ์อ่อน

                                1.0          หมายถึง                 ผลการเรียนอยู่ในเกณฑ์อ่อนมาก

                                0              หมายถึง                 ผลการเรียนต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ

                ข้อ  13.  รายวิชาใดที่แสดงระดับผลการเรียนตามข้อ  12.  ไม่ได้  ให้ใช้ตัวอักษรต่อไปนี้

                                ข.ร.  หมายถึง   ขาดเรียน  ไม่มีสิทธิเข้ารับการประเมินสรุปผลการเรียน  เนื่องจากมีเวลาเรียนต่ำกว่าร้อยละ  80  โดยสถานศึกษาพิจารณาแล้วเห็นว่าไม่ใช่เหตุสุดวิสัย

                                ข.ป.  หมายถึง  ขาดการปฏิบัติงาน  หรือปฏิบัติงานไม่ครบ  โดยสถานศึกษาพิจารณาแล้วเห็นว่าไม่มีเหตุผลสมควร

                                ข.ส.  หมายถึง  ขาดการประเมินสรุปผลการเรียน  โดยสถานศึกษาพิจารณาแล้วเห็นว่าไม่มีเหตุผลสมควร

                                ถ.ล.  หมายถึง  ถอนรายวิชาภายหลังกำหนด  โดยสถานศึกษาพิจารณาแล้วเห็นว่าไม่มีเหตุผลสมควร

                                ถ.น.  หมายถึง  ถอนรายวิชาภายในกำหนด

                                ถ.พ.  หมายถึง  ถูกสั่งพักการเรียนในระหว่างที่มีการประเมินสรุปผลการเรียน

                                   ท.  หมายถึง  ทุจริตในการสอบหรืองานที่มอบหมายให้ทำ

                                ม.ส.  หมายถึง  ไม่สมบูรณ์  เนื่องจากไม่สามารถเข้ารับการประเมินครบทุกครั้ง  และหรือไม่ส่งงานอันเป็นส่วนประกอบของการเรียนรายวิชาตามกำหนดด้วยเหตุจำเป็นอันสุดวิสัย

                                ม.ท.  หมายถึง  ไม่สามารถเข้ารับการประเมินทดแทนการประเมินส่วนที่ขาดของรายวิชาที่ไม่สมบูรณ์ภายในภาคเรียนถัดไป

                                   ผ.  หมายถึง  ได้เข้าร่วมกิจกรรมตามกำหนด  และผลการประเมินผ่าน

                                ม.ผ.  หมายถึง  ไม่เข้าร่วมกิจกรรม  หรือผลการประเมินไม่ผ่าน

                                ม.ก.  หมายถึง  การเรียนโดยไม่นับจำนวนหน่วยกิตมารวมเพื่อการสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตร และผลการประเมินผ่าน

                ข้อ  14.  ในกรณีต่อไปนี้ให้ตัดสินผลการเรียนเป็นระดับ  0  (ศูนย์)  เฉพาะรายวิชา

(1)    มีผลการเรียนต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ  (ไม่ผ่าน)

(2)    ได้  ข.ร.

(3)    ได้  ข.ป.

(4)    ได้  ข.ส.

(5)    ได้  ถ.ล.

(6)    ได้  ถ.พ.

(7)    ได้  ท.

(8)    ได้  ม.ท.

ข้อ  15.  นักศึกษาที่ทำการทุจริตหรือส่อเจตนาทุจริตในการสอบ  หรืองานที่มอบหมายให้ทำในรายวิชาใด 

ให้พิจารณาโทษตามสถานความผิด  ดังนี้

(1)    ให้ได้คะแนน  0  (ศูนย์)  เฉพาะครั้งนั้น  หรือ

(2)    ให้ได้ระดับผลการเรียนเป็น  0  (ศูนย์)  ในรายวิชานั้น หรือ

(3)    ให้ได้ระดับผลการเรียนเป็น  0  (ศูนย์)  ในรายวิชานั้น  และตัดคะแนนความประพฤติตาม

ระเบียบว่าด้วยการตัดคะแนนความประพฤติที่สถานศึกษากำหนด

                ข้อ  16.  การคำนวณค่าระดับคะแนนเฉลี่ย  ให้ปฏิบัติดังนี้

(1)    ให้นำผลบวกของผลคูณระหว่างจำนวนหน่วยกิตของแต่ละรายวิชากับระดับผลการเรียนหารด้วยผลบวกของจำนวนหน่วยกิตของแต่ละรายวิชา  คิดทศนิยมสองตำแหน่งไม่ปัดเศษ

(2)    ให้คำนวณค่าระดับคะแนนเฉลี่ย  จากรายวิชาที่ได้ระดับผลการเรียนตาม  ข้อ  12.  และ  ข้อ  14.  รายวิชาที่นักศึกษาเรียนซ้ำ  เรียนแทน  ให้ใช้ระดับผลการเรียนสุดท้ายและนับจำนวนหน่วยกิตมาเป็นตัวหารเพียงครั้งเดียว

(3)    ให้คำนวณค่าระดับคะแนนเฉลี่ย  ดังนี้

(ก)   ค่าระดับคะแนนเฉลี่ยประจำภาคเรียน  คำนวณจากรายวิชาที่ได้ระดับผลการเรียนตาม (2)  เฉพาะในภาคเรียนหนึ่ง ๆ

(ข)   ค่าระดับคะแนนเฉลี่ยสะสม  คำนวณจากรายวิชาที่เรียนมาทั้งหมดและได้ระดับผลการเรียนตาม  (2)  ตั้งแต่สองภาคเรียนขึ้นไป

ข้อ  17.  ผู้ที่ได้  ม.ส.  เนื่องจากไม่สามารถเข้ารับการประเมินครบทุกครั้ง  ต้องรับการประเมินทดแทนส่วนที่ขาดภายใน  10  วัน นับแต่วันประกาศผลการเรียนรายวิชา  หากพ้นกำหนดนี้ให้ถือว่าไม่สามารถเข้ารับการประเมินทดแทน  (ม.ท.)  ยกเว้นมีเหตุจำเป็นอันสุดวิสัย  ให้สถานศึกษาหรือ สถานประกอบการพิจารณาเป็นราย ๆ ไป  ทั้งนี้ให้ประเมินทดแทนในรายวิชาที่ไม่สมบูรณ์ให้แล้วเสร็จ ภายในภาคเรียนถัดไป

                ผู้ที่ได้  ม.ส.  เนื่องจากไม่สามารถส่งงานอันเป็นส่วนประกอบของการเรียนรายวิชา  ตามกำหนดส่งงานนั้นให้สมบูรณ์ภายใน  10  วัน  นับแต่วันประกาศผลการเรียนรายวิชา  หากพ้นกำหนดให้สถานศึกษา  หรือสถานประกอบการทำการตัดสินผลการเรียน  ยกเว้นมีเหตุจำเป็นอันสุดวิสัย  ให้สถานศึกษาหรือ  สถานประกอบการพิจารณาเป็นราย ๆ ไป

                ในกรณีนี้  ให้ผู้สอนหรือครูฝึกรายงานให้หัวหน้าสถานศึกษาหรือผู้ควบคุมการฝึกทราบทุกราย

                ข้อ  18.  นักเรียนต้องรับการประเมินมาตรฐานวิชาชีพ  เมื่อนักเรียนได้ลงทะเบียนเรียน ครบทุกรายวิชาตามโครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษาแต่ละประเภทวิชา  สาขาวิชา  และสาขางาน  หรือตามระยะเวลาที่คณะกรรมการประเมินมาตรฐานวิชาชีพเห็นสมควร

                ข้อ  19.  ให้ระดับผลการประเมิน ในการประเมินมาตรฐานวิชาชีพดังนี้

                                ผ่าน       หมายถึง  ผลการประเมินผ่านเกณฑ์

                                ไม่ผ่าน  หมายถึง   ผลการประเมินไม่ผ่านเกณฑ์

 

หมวด  3

การตัดสินผลการเรียน

 

                ข้อ  20.  การตัดสินผลการเรียนให้เป็นไปตามนัย  ดังนี้

(1)    ตัดสินผลการเรียนเป็นรายวิชา

(2)    รายวิชาที่มีผลการเรียนตั้งแต่ระดับ  1  ขึ้นไป  ถือว่าประเมินผ่านและให้นับจำนวนหน่วยกิตของรายวิชานั้นเป็นจำนวนหน่วยกิตสะสม

(3)    เมื่อได้ประเมินผลการเรียนแล้ว  นักเรียนที่มีผลการเรียนระดับศูนย์  (0)  ตามข้อ  14  (1)  ให้รับการประเมินใหม่ได้  1  ครั้ง  ภายในเวลาที่สถานศึกษาหรือสถานประกอบการกำหนดไม่เกิน 10 วันนับแต่วันประกาศผลการเรียนรายวิชา  เว้นแต่มีเหตุจำเป็นอันสุดวิสัย  หากประเมินใหม่ไม่ผ่าน  ถ้าเป็นรายวิชาบังคับที่กำหนดให้เรียนในแต่ละประเภทวิชา  สาขาวิชา  และสาขางาน  ให้เรียนซ้ำรายวิชานั้น  ถ้าเป็นรายวิชาเลือก  จะเรียนซ้ำ  หรือเรียนรายวิชาอื่นแทนก็ได้

(4)    การประเมินใหม่  ให้ระดับผลการเรียนได้ไม่เกิน 1

(5)    เมื่อได้ประเมินผลการเรียนแล้ว  นักเรียนที่มีผลการเรียนระดับ  0  (ศูนย์)  ตามที่กำหนดไว้ในข้อ  14 (2)  ถึง 14 (8)  ข้อ 15  (2)  และ  ข้อ  15  (3)  ถ้าเป็นรายวิชาบังคับที่กำหนด  ให้เรียนในแต่ละประเภทวิชา  สาขาวิชา  และสาขางาน  ให้เรียนซ้ำรายวิชานั้น  ถ้าเป็นรายวิชาเลือกจะเรียนซ้ำ  หรือเรียนรายวิชาอื่นแทนก็ได้

ในกรณีที่ให้เรียนรายวิชาอื่นแทนให้ลงหมายเหตุใน ปพ.1 ปวช. ว่าให้เรียนแทนรายวิชาใด

 

ข้อ  21.  การตัดสินผลการเรียนเพื่อสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ  พุทธศักราช 2545 

ให้ถือตามเกณฑ์ต่อไปนี้

(1)    ประเมินผ่านรายวิชาในหนวดวิชาสามัญ  หมวดวิชาชีพ  และหมวดวิชาเลือกเสรี  ครบตามที่กำหนดไว้ในหลักสูตรสถานศึกษาแต่ละประเภทวิชา  สาขาวิชา  และสาขางาน

(2)    ได้จำนวนหน่วยกิตสะสมครบถ้วนตามโครงสร้าง  ที่กำหนดไว้ในหลักสูตรสถานศึกษาแต่ละประเภท  สาขาวิชา  และสาขางาน

(3)    ได้ค่าระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมไม่ต่ำกว่า  2.00

(4)    ได้เข้าร่วมกิจกรรมในสถานศึกษาไม่น้อยกว่า 2  ชั่วโมงต่อสัปดาห์  ครบ  5  ภาคเรียน  โดยมีเวลาเข้าร่วมปฏิบัติกิจกรรมไม่น้อยกว่าร้อยละ  60  ของเวลาที่จัดกิจกรรมในแต่ละภาคเรียน และต้องผ่านจุดประสงค์สำคัญของกิจกรรม

หากนักเรียนมีเวลาเข้าร่วมปฏิบัติกิจกรรมต่ำกว่าร้อยละ 60  ของเวลาที่จัดกิจกรรมในภาคเรียนใดโดยเหตุ

สุดวิสัยให้สถานศึกษาพิจารณาผ่อนผันเป็นราย ๆ ไป

เมื่อนักเรียนได้เข้าร่วมปฏิบัติกิจกรรมครบถ้วนในภาคเรียนใด  ให้บันทึกชื่อ  กิจกรรม  และตัวอักษร  “” 

ในระเบียนแสดงผลการเรียนของภาคเรียนนั้น  ซึ่งหมายถึง  “ผ่าน”  หากนักเรียนได้เข้าร่วมปฏิบัติกิจกรรมไม่ครบถ้วน  หรือไม่ได้เข้าร่วมปฏิบัติกิจกรรมเลย  ให้สถานศึกษาพิจารณามอบงานหรือกิจกรรมในส่วนที่นักเรียนผู้นั้นไม่ได้เข้าร่วมปฏิบัติ  ให้ปฏิบัติให้ครบถ้วนภายในเวลาที่สถานศึกษาพิจารณาเห็นสมควร

                สำหรับนักเรียนอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี  การเข้าร่วมกิจกรรมที่สถานประกอบการจัดขึ้นถือว่ามีผลตามความใน (4)

                ข้อ  22.  ให้หัวหน้าสถานศึกษา  เป็นผู้อนุมัติผลการเรียนและการสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรสำหรับรายวิชาที่เรียนหรือฝึกปฏิบัติในสถานประกอบการให้ครูฝึกและอาจารย์นิเทศฝึกงานร่วมกันประเมินผลการเรียน

                ข้อ  23.  นักเรียนผู้ใดประสงค์จะเรียนซ้ำรายวิชาที่ได้ระดับผลการเรียนต่ำกว่า  2  หรือเลือกเรียนรายวิชาอื่นแทนถ้าเป็นรายวิชาเลือก  เพื่อประเมินปรับค่าระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมให้สูงขึ้น  ให้สถานศึกษาหรือสถานประกอบการดำเนินการให้เรียนซ้ำหรือเรียนแทนภายในเวลาที่เห็นสมควร

                การเรียนซ้ำรายวิชา  ให้นับจำนวนหน่วยกิตสะสมเพียงครั้งเดียว  ส่วนการเรียนแทนให้นับเฉพาะจำนวนหน่วยกิตของรายวิชาที่เรียนแทนเป็นจำนวนหน่วยกิตสะสม

                การนับจำนวนหน่วยกิตสะสมในกรณีนี้  จะกระทำเมื่อนักเรียนได้ระดับผลการเรียน  ตั้งแต่  2  ขึ้นไปเท่านั้น

                รายวิชาที่เรียนซ้ำหรือเรียนแทนแล้วได้ระดับผลการเรียน  0  ให้ถือระดับผลการเรียน  ต่ำกว่า  2  ตามเดิม  ยกเว้นการได้ระดับผลการเรียน  0  ตามข้อ   15  (2)  และ  15  (3)

                ข้อ  24.  ตามนัยแห่งข้อ  23  การคิดค่าระดับคะแนนเฉลี่ยสะสม  ถ้าเป็นรายวิชาที่เรียนซ้ำให้นับจำนวนหน่วยกิตเป็นตัวหารเพียงครั้งเดียว  ส่วนการเรียนรายวิชาอื่นแทนให้นับเฉพาะจำนวนหน่วยกิตของรายวิชาที่เรียนแทนมาเป็นตัวหาร

                ข้อ  25.  เมื่อนักเรียนได้ลงทะเบียนรายวิชาครบ 2  ภาคเรียน  หรือไม่น้อยกว่า40  หน่วยกิต  และได้รับการประเมินใหม่แล้ว  หากได้ค่าระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมต่ำกว่า  1.50  ให้สถานศึกษาพิจารณาว่า  ควรให้เรียนต่อไปหรือให้พ้นสภาพนักเรียน

                เมื่อได้ลงทะเบียนรายวิชาครบ  4  ภาคเรียน  หรือไม่น้อยกว่า  75  หน่วยกิต  และได้รับการประเมินใหม่แล้ว หากได้ค่าระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมต่ำกว่า 1.75  ให้สถานศึกษาพิจารณาว่าควรให้เรียนต่อไปหรือให้พ้นสภาพนักเรียน

                เมื่อได้ลงทะเบียนเรียนครบ  6  ภาคเรียน  หรือไม่น้อยกว่า 100  หน่วยกิต  และได้รับการประเมินใหม่แล้ว  หากได้ระดับคะแนนเฉลี่ยสะสมต่ำกว่า 1.90  ให้สถานศึกษาพิจารณาว่าควรให้เรียนต่อไปหรือให้พ้นสภาพนักเรียน

                ข้อ  26.  นักเรียนที่ได้เรียนหรือฝึกอาชีพตามปกติ  ประเมินใหม่หรือเรียนซ้ำ  หรือเรียนแทนรายวิชาที่ได้ระดับผลการเรียน  0  (ศูนย์)  และระดับผลการเรียนต่ำกว่า  2  หรือเทียบโอนผลการเรียนรู้มาเป็นเวลารวม  8  ภาคเรียนแล้ว  แต่ยังไม่เข้าเกณฑ์การสำเร็จการศึกษา  ตามหลักสูตรที่กำหนดไว้ในข้อ  21.  ให้สถานศึกษาพิจารณาว่าควรให้เรียนต่อไปหรือให้พ้นสภาพนักเรียน  ทั้งนี้ต้องไม่เกิน  6  ปีการศึกษา  นับตั้งแต่วันขึ้นทะเบียนเป็นนักเรียน  โดยไม่นับภาคเรียนที่ลาพักการเรียน  หรือถูกสั่งพักการเรียน

 

หมวด  4

การเทียบโอนผลการเรียนรู้

 

ข้อ  27.  การโอนผลการเรียนสำหรับนักเรียนจากสถานศึกษา  ซึ่งใช้หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ

พุทธศักราช  2545  ให้สถานศึกษาที่รับนักเรียนเข้าเรียนรับโอนผลการเรียนทุกรายวิชา  นอกจากรายวิชาที่ได้ระดับผลการเรียนต่ำกว่า  2  สถานศึกษาจะรับโอนหรือจะทำการประเมินใหม่จนเห็นว่าได้ผลการเรียนถึงเกณฑ์มาตรฐานแล้ว  จึงรับโอนรายวิชานั้นก็ได้

                ข้อ  28.  ในกรณีที่นักเรียนย้ายสถานศึกษา  ถ้านักเรียนมีผลการเรียนต่ำกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ  (ไม่ผ่าน)  ในรายวิชาใด และมีสิทธิได้รับการประเมินใหม่ตามที่กำหนดไว้ในระเบียบ  ว่าด้วยการประเมินผล  การเรียนตามหลักสูตรนี้  ให้สถานศึกษาที่นักเรียนเรียนอยู่ก่อนดำเนินการประเมินใหม่ให้แก่นักเรียนผู้นั้น  เว้นแต่มีเหตุจำเป็นอันสุดวิสัยให้สถานศึกษาที่รับเข้าเรียนดำเนินการประเมินใหม่ได้  ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลพินิจของสถานศึกษาที่รับเข้าเรียนเป็นราย ๆ ไป

                ข้อ  29.  สถานศึกษาจะรับโอนผลการเรียนรายวิชา  หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพของสถาบันการศึกษาอื่น  สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ  สถานศึกษาเอกชน  หรือหน่วยงานของราชการ  หลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลายของกระทรวงศึกษาธิการ  ได้ตามเงื่อนไขดังนี้

(1)    เป็นรายวิชาหรือกลุ่มวิชาที่มีจุดประสงค์และเนื้อหาใกล้เคียงกันไม่ต่ำกว่าร้อยละ  60  และมีจำนวนหน่วยกิตไม่น้อยกว่าหน่วยกิจของรายวิชาที่ระบุไว้ในหลักสูตรที่ใช้ระเบียบนี้

(2)    รายวิชาที่ได้ระดับผลการเรียนต่ำกว่า  2  ให้สถานศึกษาที่รับโอนผลการเรียนทำการประเมินใหม่  ถ้าเห็นว่ามีผลตามเกณฑ์มาตรฐานแล้ว  จึงรับโอนรายวิชานั้น

(3)    รายวิชาที่ได้ระดับผลการเรียนตั้งแต่  2  ขึ้นไป  สถานศึกษาจะรับโอนผลการเรียน  หรือจะทำการประเมินใหม่แล้วจึงรับโอนรายวิชานั้นก็ได้

 

ข้อ  30.  สถานศึกษาจะรับโอนผลการเรียนรายวิชาจากหลักสูตรอื่นซึ่ง ก.พ.  รับรองคุณวุฒิ  ไม่ต่ำกว่าระดับ

ประกาศนียบัตรวิชาชีพ  หรือจากหลักสูตรอื่นใดที่มีลักษณะเดียวกัน  แต่เรียกชื่อเป็นอย่างอื่น  ของหน่วยงานต่าง ๆ ในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ  สถานศึกษาเอกชน  หรือหน่วยงานของราชการได้ตามเงื่อนไขต่อไปนี้

(1)    เป็นรายวิชาหรือกลุ่มวิชาที่มีจุดประสงค์และเนื้อหาใกล้เคียงกันไม่ต่ำกว่า  ร้อยละ 60  และมีจำนวนหน่วยกิตไม่น้อยกว่าหน่วยกิตของรายวิชาที่ระบุไว้ในหลักสูตรที่ใช้ระเบียบนี้

(2)    เป็นรายวิชาที่ได้ระดับผลการเรียนตั้งแต่  2  ขึ้นไป  สถานศึกษาจะรับโอนผลการเรียนหรือจะทำการประเมินใหม่  แล้วจึงรับโอนรายวิชานั้นก็ได้

ข้อ  31.  ถ้ามีระเบียบ  คำสั่งกระทรวงศึกษาธิการ  ที่เกี่ยวข้องกับการเทียบโอนผลการเรียน  หรือการถ่ายโอน

ผลการเรียน  ให้ถือปฏิบัติตามนั้น

ข้อ  32.  การบันทึกผลการเรียนตามข้อ  27.  ข้อ  29.  และข้อ  30.  ลงในระเบียนแสดงผลการเรียนให้ใช้รหัส

วิชาและชื่อรายวิชาตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ  พุทธศักราช  2545  โดยแสดงหมายเหตุว่าเป็นรายวิชาที่รับโอนมาจากหลักสูตรอื่นหรือจากการเทียบรายวิชา  รหัสวิชาใด  ยกเว้นมี ข้อกำหนดเฉพาะในเรื่องนั้น ๆ

ข้อ  33.  สถานศึกษาจะอนุญาตให้นักเรียนไปเรียนรายวิชาจากสถานศึกษาแห่งอื่นที่ใช้หรือไม่ใช้หลักสูตร

เดียวกัน แต่มีเนื้อหาใกล้เคียงกันและมีจำนวนหน่วยกิตไม่น้อยกว่ารายวิชาที่นักเรียนต้องเรียนในสถานศึกษาแห่งเดิม  แม้รหัสวิชาหรือชื่อรายวิชาจะไม่ตรงกันก็ได้  โดยให้สถานศึกษาพิจารณารายละเอียดเกี่ยวกับเนื้อหาของหลักสูตรตามที่เห็นสมควร  และให้สถานศึกษาทั้งสองแห่ง  ทำความตกลงร่วมกันในการจัดสอนและรับโอนผลการเรียน

ข้อ  34.  ในกรณีสถานศึกษาอนุญาตให้นักเรียนไปเรียนจากสถานศึกษาแห่งอื่น  ตามข้อ  32.  ให้สถานศึกษา

พิจารณารับโอนผลการเรียนดังนี้

(1)    รับโอนรายวิชาที่มีผลการเรียนตั้งแต่  2  ขึ้นไป  หรือ

(2)    รายวิชาที่ได้ระดับผลการเรียนต่ำกว่า  2  สถานศึกษาจะรับโอนหรือทำการประเมินใหม่เมื่อเห็นว่าได้ผลการเรียนตามเกณฑ์มาตรฐานแล้วจึงรับโอนรายวิชานั้น

ทั้งนี้ให้สถานศึกษาแจ้งให้นักเรียนทราบก่อนที่จะอนุญาตให้ไปเรียน

การบันทึกผลการเรียนลงในระเบียนแสดงผลการเรียน  ให้ใช้รหัสวิชา  และชื่อรายวิชาของหลักสูตร

ประกาศนียบัตรวิชาชีพ  พุทธศักราช  2545  โดยระบุว่ารับโอนจากสถานศึกษาแห่งอื่น  รหัสวิชาใด  ยกเว้นมีข้อกำหนดเฉพาะในเรื่องนั้น ๆ

                ข้อ  35.  กรณีที่มีการประเมินใหม่ตามข้อ  27.  ข้อ  29.  ข้อ  30.  และข้อ  34.  ระดับผลการเรียนให้เป็นไปตามที่ได้จากการประเมิน  แต่ต้องไม่สูงไปกว่าเดิม

                ข้อ  36.  นักเรียนที่มีประสบการณ์ในงานอาชีพ  หรือฝึกงานในสถานฝึกงานอาชีพ  หรือทำงานในอาชีพนั้นอยู่แล้ว  หรือมีความรู้ในรายวิชาตามหลักสูตรนี้มาก่อนเข้าเรียนหรือเข้าเรียนแล้วแต่ขอไปเรียนหรือฝึกปฏิบัติในสถานฝึกงานอาชีพ  จะขอประเมินเทียบโอนความรู้และประสบการณ์เพื่อนับจำนวนหน่วยกิตสะสมสำหรับรายวิชานั้นก็ได้

                ถ้าผลการประเมินไม่ผ่าน  นักเรียนสามารถลงทะเบียนเรียนปกติในภาคเรียนนั้น  หรือขอประเมินเทียบโอนความรู้และประสบการณ์ในภาคเรียนต่อไป

                ข้อ  37.  นักเรียนที่สถานศึกษาให้พ้นสภาพนักเรียนตามข้อ  25.  หรือข้อ  26.  แล้วสอบเข้าเรียนใหม่ในสถานศึกษาเดิมหรือสถานศึกษาแห่งใหม่ได้ ให้สถานศึกษารับโอนผลการเรียนเฉพาะรายวิชาที่ยังปรากฏอยู่ในหลักสูตรนี้  และได้ระดับผลการเรียนตั้งแต่  2  ขึ้นไป

                ข้อ  38.  นักเรียนที่ขอเทียบโอนผลการเรียนรายวิชา  กลุ่มวิชา  หรือขอเทียบโอนความรู้และประสบการณ์ตามข้อ  27.  ข้อ  29.  ข้อ  30.  และข้อ  37.  ต้องลงทะเบียนเรียนรายวิชาในสถานศึกษาแห่งหลังสุดไม่น้อยกว่า 1  ภาคเรียน